5 ข้อคิดดูแลคนที่คุณรักเมื่อป่วยเป็นโรครักษาไม่หายขาด จากหนังสือ When Breath Becomes Air “เมื่อลมหายใจกลายเป็นอากาศ”
การดูแลคนที่คุณรักในช่วงบั้นปลายของชีวิตหรือเผชิญหน้ากับโรครักษาไม่หายขาด เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความท้าทายทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ในบันทึกความทรงจำของ Paul Kalanithi ผู้เขียนหนังสือเรื่อง When Breath Becomes Air "เมื่อลมหายใจกลายเป็นอากาศ" เขาได้แบ่งปันความคิดและบทเรียนอันลึกซึ้งในฐานะผู้ป่วยระยะสุดท้ายผ่านมุมมองของเขาและลูซี่ ภรรยาในฐานะผู้ดูแลที่มีประสบการณ์โดยตรงในการดูแลคนไข้ระยะสุดท้าย
Koon "คูน" ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลรักษาด้าน Palliative Care (แบบประคับประคอง) มุ่งเน้นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนไข้และครอบครัวอย่างเข้มข้นทั้งกาย ใจ สังคมและจิตวิญญาณ โดยเฉพาะคนไข้ในกลุ่มโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดและอาการของโรคนั้นส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนไข้ให้ลดลงและไม่ดีอย่างที่เคย ผู้ป่วยระยะสุดท้ายและระยะลุกลาม เช่น โรคมะเร็งระยะสุดท้าย โรคมะเร็งระยะลุกลาม โรคอัลไซเมอร์ โรคสมองเสื่อม โรคพาร์คินสัน โรคหัวใจเรื้อรัง โรคปอด โรคไตระยะท้าย โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคตับแข็งระยะท้าย ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยไอซียู(ICU) ที่เข้าออกรพ.บ่อยครั้ง ผู้ป่วยพักฟื้นหลังผ่าตัด ฯลฯ จึงร่วมถ่ายทอดและนำเสนอข้อคิดและแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ของ Paul Kalanithi เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ดูแลสามารถให้การสนับสนุนที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและความเข้าใจแก่คนที่พวกเขารัก พร้อมทั้งรักษาสุขภาวะทั้งด้านร่างกายและจิตใจของตนเองไปพร้อมๆกัน
ให้ความสำคัญกับการสื่อสารอย่างเปิดเผยและจริงใจ หนึ่งในบทเรียนสำคัญจากหนังสือ "เมื่อลมหายใจกลายเป็นอากาศ" คือความสำคัญของการสื่อสารอย่างจริงใจ การเดินทางของ Paul Kalanithi เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ผู้ดูแลต้องส่งเสริมการพูดคุยสนทนาแบบเปิดเผยเกี่ยวกับการดำเนินของโรค ความต้องการความปรารถนาในการดูแล และความต้องการทางอารมณ์และจิตใจ ส่งเสริมการสนทนาที่เปิดเผยและสม่ำเสมอกับคนที่คุณรัก ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจสภาวะทางร่างกายและจิตใจ พร้อมทั้งบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่รู้ จัดสรรเวลาพูดคุยในชีวิตประจำวันที่เปิดโอกาสให้มีทั้งการสนทนาเรื่องทั่วไปและเรื่องที่สำคัญต่างๆ ส่งเสริมการเป็นผู้รับฟังที่ดีและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
เข้าใจความซับซ้อนทางอารมณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ Paul Kalanithi บันทึกการเสื่อมถอยทางร่างกายของตัวเอง เขาได้สะท้อนถึงสภาวะทางอารมณ์เมื่อเผชิญหน้ากับความตายและความสูญเสีย สำหรับผู้ดูแล สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่าคนไข้อาจประสบกับสภาพอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งความกลัว ความเศร้า ความหวัง และความสงบ เป็นต้น การตระหนักรู้ถึงอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคุณที่คุณรักอาจประสบ จะช่วยแสดงความเห็นอกเห็นใจและเปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้แสดงความรู้สึกโดยไม่ตัดสิน สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับการแสดงออกทางอารมณ์ โดยใช้คำพูดเช่น "รู้สึกอย่างไรก็ได้นะ ไม่เป็นไร" เพื่อแสดงให้เห็นว่าคนไข้ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
ส่งเสริมการดูแลด้วยความเมตตาและความอดทน การดูแลคนไข้ระยะสุดท้ายและเผชิญหน้ากับโรคที่รักษาไม่หายขาดเกี่ยวข้องกับการสร้างสมดุลระหว่างการช่วยเหลือทางกายภาพและการสนับสนุนทางอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวันหรือเพียงแค่การอยู่เคียงข้างเป็นเพื่อน บทบาทของผู้ดูแลนั้นมีหลายด้าน บันทึกของ Paul Kalanithi เตือนใจให้เราเห็นถึงความจำเป็นของความอดทนและความเข้าใจ ฝึกความอดทนในทุกหน้าที่การดูแล แบ่งงานเป็นขั้นตอนที่จัดการได้ และมุ่งเน้นให้คนที่คุณรักรู้สึกว่าได้รับการรับฟังและเคารพในทุกการตัดสินใจ ตั้งเป้าหมายในการดำเนินขีวิตที่เป็นจริงสำหรับแต่ละวัน
ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลตัวเองสำหรับผู้ดูแล Lucy Kalanithi ภรรยาของพอล มีบทบาทสำคัญในการดูแลเขา ซึ่งเธอก็พูดอย่างเปิดเผยถึงความจำเป็นที่ผู้ดูแลต้องได้รับการดูแลสุขภาพของตัวเองด้วย ความเหนื่อยล้าเป็นปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นกับผู้ดูแล และการรู้ว่าเมื่อไหร่ควรพักเป็นสิ่งสำคัญ หาเวลาดูแลตัวเองทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ นี่ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่เป็นการทำให้แน่ใจว่าคุณสามารถให้การดูแลที่ดีที่สุดแก่คนที่คุณรักได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถจัดตารางเวลาพักผ่อนหรือทำกิจกรรมที่ช่วยฟื้นฟูพลังกายใจให้แก่ตัวเองอย่างสม่ำเสมอ
เคารพความปรารถนาของคนที่คุณรัก บันทึกของ Paul Kalanithi เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเคารพความปรารถนาของคนไข้ในระยะสุดท้าย แม้ว่าความปรารถนาเหล่านั้นอาจเป็นสิ่งที่ยากที่จะยอมรับก็ตาม ซึ่งเป็นการเตือนใจว่าการดูแลแบบประคับประคองนั้นมุ่งเน้นการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างความสุขสบายและเคารพศักดิ์ศรีของคนที่คุณรักในวันสุดท้ายของพวกเขา สร้างพื้นที่เปิดบทการสนทนาเกี่ยวกับการตัดสินใจในช่วงท้ายของชีวิต เคารพความต้องการของคนที่คุณรักเกี่ยวกับการรักษา การจัดการความเจ็บปวด และคุณภาพชีวิตที่ดี ผ่านการวางแผนดูแลล่วงหน้า(Advance Care Planning) เพื่อให้มั่นว่าทุกคนเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับเป้าหมายและความต้องการในการดูแล
การเป็นผู้ดูแลสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับโรคระยะสุดท้ายหรือรักษาไม่หายขาด เป็นบทบาทที่ต้องอาศัยความเข้มแข็งทางอารมณ์ ความอดทน และความเมตตากรุณา หนังสือ When Breath Becomes Air "เมื่อลมหายใจกลายเป็นอากาศ" นำเสนอมุมมองอันลึกซึ้งเกี่ยวกับประสบการณ์ของผู้ป่วย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการเตือนใจถึงการสนับสนุนซึ่งประเมินค่ามิได้ที่ผู้ดูแลมอบให้ ด้วยการมุ่งเน้นที่การสื่อสารอย่างจริงใจ ความเข้าใจทางอารมณ์ การดูแลด้วยความเมตตา และการใส่ใจดูแลตนเอง ผู้ดูแลสามารถสร้างความแตกต่างที่มีความหมายในวาระสุดท้ายของชีวิตต่อคนที่พวกเขารักได้ แม้ว่าการเดินทางนี้อาจยากลำบาก แต่การน้อมรับบทเรียนเหล่านี้สามารถสร้างช่วงเวลาแห่งการเชื่อมโยง ความเข้าใจ และสร้างความสุขสงบในช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ได้
สามารถศึกษาข้อมูล เพราะอะไร "คูน" ถึงเป็นทางเลือกการรักษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของ "คุณ" ? เพื่อทราบรูปแบบการรักษาของรพ.คูน ซึ่งมุ่งหวังที่จะสร้างและเติมเต็มคุณภาพชีวิตและช่วงเวลาที่มีค่าของคนไข้และครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายและความปรารถนาที่แท้จริงเฉพาะบุคคลอย่างเข้มข้มครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและจิตวิญญาณ
ติดต่อนัดหมายผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพจิตใจ คลินิกดูแลใจรพ.คูน ได้ที่
เบอร์โทรศัพท์ : 02-405-3899 หรือ คลิกเพื่อลงทะเบียนนัดหมายรับคำปรึกษาจากแพทย์
Facebook : https://www.facebook.com/koonhospital
LINE Official : https://lin.ee/XqcpBmP
Maps : https://goo.gl/maps/xAMCi2jLC8SpSzfk8